"เดี๋ยวจะกินข้าวเย็นด้วยกันก่อนหรือเปล่า....หรือจะค้างเลย" คิรากรเอ่ยถามขึ้นเมื่อก้าวเดินเข้าประตูล็อบบี้ของคอนโด (หรือหอพักที่เจ้าตัวยืนยัน) มา ชายหนุ่มก้มลงหาคีย์การ์ดในกระเป๋าโดยที่ยังไม่หยุดพูด "ถ้าค้างเดี๋ยวพี่ทำสตูว์เนื้อให้กิน"

"เดี๋ยวกินข้าวแต่คงไม่ค้าง....ไปเข้าค่ายหลายวันแล้ว แม่ไม่เห็นหน้า....เดี๋ยวจะห่วง" จิณณ์พูดเบาๆเมื่อนึกถึงมารดาที่เพิ่งโทรศัพท์มาหาก่อนที่รถบัสที่กลับจากค่ายเลี้ยวเข้ามหาวิทยาลัย "ท้องอยู่ เดี๋ยวเครียด เดี๋ยวกินมาม่าอะไรในห้องพี่คีย์ก็ได้"

"คีย์" เสียงทุ้มต่ำดังจากบริเวณโซฟา ก่อนที่เจ้าของเสียงจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทเดินเข้ามาที่คนทั้งคู่

"คีย์....คิดถึงนะ” น้ำเสียงที่แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเอ่ยถาม

แต่เจ้าของชื่อนั้นดูเหมือนจะตกใจจนไม่แม้แต่จะกระพริบตาด้วยซ้ำ ใบหน้าดูซีดลงแทบจะทันที

อนลก้าวมาประชิดตัวคิรากร เขาเหลือบมองจิณณ์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆด้วยสายตาประเมินในที เพื่อนงั้นหรือ....แต่ท่าทางไอ้เด็กนี่ดูแปลกกว่านั้น

"ขอคุยหน่อยได้ไหม...แค่สองคน"

"...สองคน...อะไร...ถ้าจะคุย...ก็คุยตรงนี้..." คิรากรพยายามที่จะไม่สบตาอีกฝ่ายตรงๆทั้งที่ในใจนั้นหวั่นไหวไปมากกับแค่เดินเข้ามาหาใกล้ๆ

"พี่คีย์..."

"เดี๋ยวผมถือของให้ ขอบใจมากนะน้องที่มาส่ง" อนลตบบ่าจิณณ์แล้วฉวยกระเป๋าที่เป็นของคิรากร "นะคีย์....ขอคุยหน่อย"

"ไม่เอา..." เพราะรู้ดีว่าหากอยู่กันแค่สองคน เขาก็อาจจะใจอ่อนอีกก็ได้ "จิน อย่าเพิ่งไป..."

เจ้าของชื่อมองคนทั้งคู่...และรู้ว่าตัวเองอยู่แค่ในฐานะอะไร จิณณ์มองตาคิรากรที่ฉายแววลังเล หลบตาคนรักเก่าที่เพิ่งมาหาจากอเมริกา และแม้ว่าจะบอกว่าอย่าเพิ่งไป...แต่จิณณ์ก็รู้ ว่าพี่คีย์ของเขาจะเลือกอะไร

"พี่...คุยกับเขาเถอะ ผม...ไม่เป็นไร เดี๋ยวกลับบ้านก็ได้"

คิรากรเม้มริมฝีปากแน่น ลึกๆในใจเขารู้ดีว่ามันจะต้องจบลงในรูปแบบไหน อนลตามมาหาถึงที่นี่ไม่ได้อยู่ในสิ่งที่คาดเดาเอาไว้

"...งั้น พรุ่งนี้...เจอกันนะ..."

"อืม...ถ้าได้เจอกันก็ดี มีเรียนเช้านะ...อย่าตื่นสายนะพี่คีย์" จิณณ์ยื่นกระเป๋าให้อนล...น้ำหนักของในมือที่หายไป เหมือนกับการที่ต้องปล่อยมือจากคิรากร

...ผมชอบพี่...

แต่คงไม่มีทางได้บอกอีกแล้ว

เพราะตาของพี่....ไม่ได้มองที่ผม

จิณณ์ยิ้มให้กับคิรากรแล้วหันหลังเดินออกไปด้านนอกล็อบบี้ ความวูบไหวในอก...มีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นที่รู้ว่ามันทรมานแค่ไหน

จิณณ์เดินออกมานอกตัวอาคารที่เขาเคยได้ฝากตัวเป็นที่นอน ที่กิน ที่เล่นกับคิรากร เขารู้ดีว่าความเจ็บปวดนี้ไม่ได้มาจากความเหนื่อย หรือร่างกายที่อ่อนล้า

หากแต่...เป็นหัวใจที่อ่อนแรง

นัยน์ตาสีเข้มมองกลับมาที่ตรงประตูกระจกใส เขาเห็นพี่คีย์...กับคนรักที่ยังลืมไม่ลง จิณณ์รู้ตัวดีว่าแวบแรกที่เขาเห็นคนที่ชื่ออัน...ก็พ่ายแพ้โดยที่ยังไม่ได้แม้แต่จะบอกว่าชอบ

เจ็บชะมัด...

มือที่กำหมัดแน่นสั่นไหวช้าๆ...จิณณ์ไม่ได้ร้องไห้ แต่หัวใจแห้งผากเหลือเกิน

ก็พี่ยังรักเขาอยู่นี่นา....

"...อัน...มาทำไม..." เขามองหน้าคนที่ไม่ได้เจอกันนาน ถามด้วยเสียงที่ไม่มั่นคงนัก

อนลยิ้มจางๆในขณะที่เอื้อมมือมากุมไว้ "ผมมารับคีย์กลับบ้านเรา"

"...ไม่...กลับ....." เขาพยายามที่จะดึงมือคืน "คีย์บอกแล้ว...ไง....ว่าถ้าไม่หย่า.....ก็ไม่"

"หย่าแล้ว...." อนลพูด...ถ้าหากว่านับว่าการที่เขาไม่ได้อยู่กับเมลินดา ไม่ได้มีสัมพันธ์กัน...และไม่สนใจว่าต่างฝ่ายต่างมีอีกคน ว่าเป็นการหย่าโดยพฤตินัย

แค่เอกสารใบเดียว...อนลไม่ใช่ว่าไม่เห็นความสำคัญ แต่ถ้านับในแง่ของผลกระทบระหว่างธุรกิจที่ตามมากับความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัวที่ต้องสะบั้นตัดตายด้วยการหย่า เขากับเมลินดาก็คิดว่ามันไม่จำเป็นสักนิด

-แฟร์ๆไง คุณจะทำอะไรก็ทำ ฉันก็มีชีวิตของฉัน ไม่ต้องหย่าแต่ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน-

"กลับไปกับอันนะคีย์" อนลรวบร่างบอบบางเข้ามากอด "อันรักคีย์...ขาดคีย์ไม่ได้จริงๆ"

คราวนี้ความรู้สึกที่อัดอั้นไว้มาตลอดก็ปล่อยออกมากับน้ำตามากมาย "หย่า...แล้วจริงๆเหรอ"

"อันรักคีย์นะ" ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถาม....แต่บอกรักย้ำลงไปให้คิรากรรู้สึกถึงความหมายในน้ำเสียง "คีย์ล่ะ...ยังเหมือนเดิมไหม"

"....." คนในอ้อมกอดเงยหน้าขึ้นมอง ความรู้สึกรักที่มีให้อนลนั้น แม้จะยังอยู่แต่ก็จางลงถ้าเทียบกับตอนแรกที่หนีมา ทั้งๆที่รู้ว่าหนีมาก็ไม่มีประโยชน์ แต่ก็ไม่คิดว่าอนลจะยอมหย่ากับเมย์ลินดาแล้วมาตามเขาถึงที่นี่

"...ไม่รู้สิ...คีย์...ตอนนี้...หัวมันตื้อไปหมด....."

"ขอโอกาสอีกครั้งนะคีย์" นัยน์ตาสีสวยของหนุ่มนักธุรกิจลูกครึ่งจับจ้องบนใบหน้าคนรัก "เด็กที่มาส่งนั่น....คงไม่ใช่ปัญหาของเราใช่ไหม"

"ปัญหาของเราคืออันที่ไม่ยอมหย่าตอนแรกต่างหาก...ไม่ใช่จิน...."

"ขอโทษ" คำพูดแผ่วๆหลุดออกมาก่อนที่อนลจะรั้งเข้ามากอดแน่นขึ้น คีย์เป็นของเขา...และจะเป็นคนของเขาตลอดไป "ผมกลัวคีย์จะเลิกรักผม...."

".....แล้ว...อัน...ไม่โดนพ่อว่าเหรอ" คิรากรเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างเป็นกังวล เพราะรู้ดีว่าถึงจะหย่า พ่อของอนลคงไม่ยินดีด้วยนัก

"ช่างเรื่องนั้นเถอะ" อนลเลี่ยงคำตอบด้วยรอยยิ้ม "ไหน..ขอขึ้นไปดูห้องคีย์หน่อยได้ไหม"

"...มาสิ...แล้วอันจะมาอยู่กี่วัน..." เขาจับมือของร่างสูงเอาไว้ขณะที่เดินนำเข้าไปด้านใน

"ผมไม่ได้มาอยู่...แต่จะมาพาคีย์กลับบ้านของเรา"

"เดี๋ยวสิ แต่ว่า ผมยังเรียนไม่จบเลยนะ..." คิรากรที่กดลิฟท์ไปแล้วหันมามองอีกฝ่ายพร้อมทั้งร้องท้วง

อนลจับแขนคนรักแล้วก้าวเข้าไปในลิฟท์ ทันทีที่ประตูปิดลง...ริมฝีปากร้อนแรงก็ทาบทับลงบนกลีบปากบางที่แสนคิดถึง เขากระซิบเสียงพร่าติดริมฝีปากที่เผยอขึ้นช่วงชิงลมหายใจ "ผมรอคีย์ไม่ไหว...คิดถึงจะตายอยู่แล้ว"

ทั้งที่คิดถึงสัมผัสจากอีกคนมากมาย แต่หัวใจที่มีบาดแผลกลับสั่งให้มือสองข้างยกขึ้นดันอกอีกฝ่ายเอาไว้ "......จะให้ผมกลับไปด้วย...เมื่อไหร่"

"พรุ่งนี้.......ได้ไหม..."

"เร็วไปหรือเปล่า อัน...ผม.....ทำไมต้องรีบขนาดนี้..." ดีใจที่อีกฝ่ายอยากให้กลับไปด้วยกัน แต่ความรู้สึกบางอย่างในใจก็รั้งไว้ให้ต้องพูดท้วง

อนลซุกหน้าลงกับเส้นผมคนรัก เขาอยากจะจับมือที่ผลักไสขึ้นมารวบไว้แล้วทำให้อีกฝ่ายอ่อนปวกเปียก...เป็นคิรากรคนเดิมที่เป็นของเขาเพียงคนเดียว

ไม่ใช่คนที่เดินหัวเราะมากับเด็กเมื่อวานซืนที่ไหนไม่รู้!

"คีย์จะอยู่ลาใครหรือไง....หรือว่าไอ้เด็กนั่น..."

"แล้วไม่ได้เหรอ จินเป็นบัดดี้ผมที่มหาลัย ถ้าอยู่ๆผมหายไปกลางเทอมทั้งๆที่จะหมดเทอมแล้ว เดี๋ยวก็เป็นปัญหา..." ประตูลิฟท์เปิดออกให้คนทั้งสองได้เดินออกมา "ผมไม่อยากสร้างปัญหาให้ใคร..."

"ถึงอันจะขอร้องก็ตามน่ะเหรอ"

"อันกำลังจะขอให้ผมเรียนไม่จบนะ" คิรากรเปิดประตูห้องออก ให้ร่างสูงเดินเข้าไปก่อนที่จะหันมาปิดประตู

อนลเดินเข้าสำรวจในห้องและเห็นอะไรหลายๆอย่างที่บ่งบอกว่าคิรากรอาจจะไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่คนเดียวอย่างที่คิด เจ้าตัวที่ถ้าอยู่คนเดียวจะใช้ชีวิตแบบอะไรก็ได้ไปวันๆมาตั้งแต่เมื่อก่อน ถ้าอยู่คนเดียวจริงห้องคงไม่ได้อยู่ในสภาพเรียบร้อยขนาดนี้ คนรักของเขาเป็นประเภทชอบดูแลแต่คนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง...นอกจากนี้ เสื้อผ้าที่ตากไว้ตรงระเบียงยังมีบางส่วนที่ไซส์ต่างออกไป

ไม่อยากจะคิด....ว่าจะมีใครใหม่

เพราะหากเป็นอย่างนั้น...คงทำใจไม่ไหว

"คีย์...อันขอนะ...กลับให้เร็วที่สุด อันยอมทำทุกอย่างเพื่อคีย์จริงๆ ขอแค่ให้เรากลับไปอยู่ด้วยกันเหมือนเดิม...."อนลถ่ายทอดความรู้สึกผ่านคำพูดและแววตาเพื่อจะรั้งคิรากรเอาไว้เป็นของตนเองเพียงคนเดียว "...คีย์ยังรักผมอยู่ใช่ไหม"

"...รัก...รักสิ" คำที่ตามมาเป็นเหมือนเครื่องตอกย้ำตัวเองถึงความรู้สึกที่มีให้อีกคนด้วย...ราวกับไม่มั่นใจ

"ผมเชื่อ...ไม่ต้องพูดแล้ว" อนลจูบบนหน้าผากมา...เพื่อให้คิรากรไม่สามารถพูดคำว่ารักที่แสนจะไม่มั่นคงออกมาอีก ชั่วระยะเวลาเพียงไม่นาน...ถึงคนรักของเขาอาจจะหวั่นไหวไปกับคนอื่นๆที่พยายามจะเข้ามา แต่อนลก็แน่ใจว่าความผูกพันตอนอยู่ด้วยกันยังคงชนะอยู่

ชนะ...ในตอนนี้ หากสิ่งที่มาใหม่จะไม่มีโอกาสได้สานสัมพันธ์ต่อ

...ตัดไฟเสียแต่ต้นลมดีที่สุด....

"คิดถึงคีย์ที่สุด อยู่ที่นี่ไม่สบายใช่ไหม ดูซูบลง..."

"ดูซูบลงเหรอ ผมว่า ก็ปกตินะ" คิรากรรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อยเมื่ออีกฝ่ายแสดงท่าทีเป็นห่วงออกมา

"กินน้อยล่ะสิ ไม่มีคนดูแลทีไรเป็นอย่างงี้ทุกที" อนลพูดยิ้มๆต่างกับท่าทางที่คนนอกไม่เคยได้เห็น

ตัวเขา...ในบทบาทนักธุรกิจในอเมริกา เป็นเหมือนเสือเขี้ยวแหลมคนที่พร้อมจะขย้ำศัตรูที่คิดขวางทาง นอกจากครอบครัว จะมีก็แต่คิรากร...ที่เขาเปิดเผยด้านที่อ่อนโยนออกมา

"ก็ อยู่ที่นี่ไม่สะดวกเหมือนที่นู่นนี่นา" ร่างบางค่อยเอื้อมมือเข้าไปโอบเอวอีกฝ่ายเอาไว้หลวมๆ "แต่ต้องกลับเลยจริงๆเหรอ"

"ไม่ได้เหรอ..." คนมารับพูดเสียงอ่อน

พออนลมีท่าทีอ่อนลงแบบนี้ ตัวเองก็ใจอ่อนเข้า ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันในยามที่คิดถึงคนอีกคนที่คอยอยู่ข้างๆตลอดเวลา คิรากรคิดเพียงว่า อีกฝ่ายจะโกรธไหม จะตกใจไหม หรือจะเหงาไหมที่เขาไปแล้ว

"ถ้าอย่างนั้น ให้ผมเก็บของก่อนก็แล้วกัน...อันไปอาบน้ำก่อนก็ได้"

อนลพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มจางๆ เขาไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าทำตามที่คนรักบอกให้ทำ

เอาเถอะ....อย่างน้อยที่สุด คนที่ถูกเลือกตอนนี้ก็คือผม

คิรากรมองจนร่างสูงลับสายตาเข้าไปในห้องน้ำ พอได้ยินเสียงน้ำไหล เขาก็รีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออกทันที

...รับสิจิน...

-คุณได้เข้าสู่ระบบฝากข้อความของหมายเลข...-

คนที่ถือโทรศัพท์อยู่รู้สึกถึงหัวใจที่เหมือนกับถูกบีบ ไม่อยากจะคิดว่าคำสุดท้ายที่ได้คุยกันไม่ใช่คำบอกลา คิรากรเม้มริมฝีปากเข้าหากันอีกครั้งเมื่อเสียงสัญญาณฝากข้อความดังขึ้น

"จิน นี่พี่เองนะ..."



"แม่....." จิณณ์พูดเสียงเบาเมื่อเปิดประตูเข้ามาในบ้าน และเห็นผู้หญิงวัยกลางคนในชุดคลุมท้องนอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะกินข้าว ชายหนุ่มรีบถลาลงมาใกล้และเอื้อมมือไปจะแตะตัว แต่เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจที่เหมือนคนหลับสนิท...มือข้างนั้นก็ลดลงข้างตัว

รู้...ว่าแม่ไม่ได้ทำอะไรผิด ที่คิดจะเริ่มต้นใหม่กับคนที่จะดูแลตัวเองไปได้ตลอดชีวิต

เพียงแต่บางที เขาก็เป็นคนเห็นแก่ตัวเกินกว่าที่จะแบ่งความรักที่เคยได้รับคนเดียวทั้งหมดให้กับใคร...

จิณณ์เดินไปหยิบผ้าห่มผืนบางบนโซฟาขึ้นมาคลุมตัวมารดา นัยน์ตาเข้มเหลือบมองท้องที่เริ่มนูนขึ้นทุกวัน ป่านนี้แล้ว...คงรอเขากลับมาละมั้ง

หญิงวัยกลางคนสะดุ้งนิดๆเมื่อรู้สึกถึงมือที่สัมผัสแผ่ว เธอลืมตาขึ้นจ้องมองลูกชายพร้อมกับคลี่ยิ้มอ่อนโยน ถามด้วยน้ำเสียงหวานหูเจือความเอ็นดูว่า "จินเองเหรอลูก หิวข้าวไหม เดี๋ยวแม่ทำให้กิน เอาเป็นไข่เจียวยัดไส้นะ"

"ไม่เป็นไร...ครับ...เดี๋ยวจะนอนแล้ว"

"กลับดึกจัง.." หญิงวัยกลางคนบ่นเบาๆแต่ใบหน้ายังเจือรอยยิ้ม

"อาบน้ำอาบท่าแล้วค่อยนอนนะ"

จิณณ์พยักหน้ารับแล้วเดินขึ้นไปบนห้อง โทรศัพท์ถูกควักออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วโยนไว้บนเตียงอย่างลวกๆก่อนที่จะคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป

...โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนฝากคำบอกลาเอาไว้...



-พี่ขอโทษที่มันอาจจะฟังดูเร็วไป แต่พี่ต้องกลับไปอเมริกาแล้ว ห้องคงยังไม่ได้คืน พี่ฝากจินไว้ก่อนนะ..............ขอบคุณมากที่คอยอยู่กับพี่ ดูแลพี่ ขอบคุณจริงๆ................แล้วพี่จะติดต่อมาอีกทีตอนกลับมานะ ไม่มีจินอยู่ด้วย พี่คงคิดถึงเราแน่ๆเล-

เสียงข้อความที่ถูกฝากเอาไว้โดยคิรากรถูกเปิดขึ้นมาฟังอีกครั้ง....

จิณณ์กดปุ่มปิดหน้าจอโทรศัพท์พร้อมกับมองแสงที่ดับมืดลงไป ในตอนแรก...เขาแค่คิดว่าเจ้าตัวคงมีเรื่องด่วนจำพวกฝากซื้อของหรือให้ไปรับที่คอนโด ทุกครั้งที่แบตหมดหรือไม่มีสัญญาณคิรากรก็จะฝากข้อความเสียงไว้เสมอ แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าครั้งนี้...จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ยินเสียงกึ่งหวานกึ่งเศร้าของคนที่ตนเองเพิ่งจะตัดสินใจได้ว่าจะรุกหน้าจีบอย่างเต็มตัว

ไม่ทันได้เริ่ม...ก็จบลงแล้ว

เขาอยากจะแค่นหัวเราะแต่เสียงที่ออกมามีเพียงเสียงครางของคนที่ถูกทิ้ง...ใช่ คิรากรทิ้งเขากลับไปกับคนที่ชื่ออันอะไรนั่น โดยมีแค่เสียงที่ฝากเอาไว้

เพราะไม่สำคัญพอ ถึงไม่จำเป็นต้องบอกต่อหน้าก็ได้งั้นหรือ?

จิณณ์ลุกขึ้นคว้าโทรศัพท์ดึงออกจากสายชาร์จแล้วคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมา ขายาวก้าวฉับๆไปยังประตูห้องพร้อมกับเอื้อมมือจับลูกบิดที่เย็นเยียบ....ความเย็นที่กระทบอุ้งมือทำให้ความร้อนรนหายไป เหลือเพียงแค่ความเย็น...จนชาที่แผ่ซ่านเข้ามาแทนที่

กุญแจในมือร่วงหล่นลงบนพื้น พวงกุญแจพลาสติกลายหนูแฮมสเตอร์ที่คนไกลซื้อให้กลิ้งกระทบพื้นส่งเสียงกระดิ่งดังเพียงเสี้ยววินาที

ไม่มีประโยชน์....ต่อให้ไปถึงห้องตอนนี้ เขาก็มั่นใจว่าไม่มีความสามารถมากพอที่จะรั้งคนๆนั้นเอาไว้ได้

แพ้ตั้งแต่แรก...ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม

ในเมื่อยังรัก....ต่อให้เขาดีแค่ไหนก็ไม่มีวันแทนที่ได้

นัยน์ตาสีเข้มหรุบลงต่ำมองพวงกุญแจที่หล่นอยู่แทบเท้า....ก่อนที่มือจะเอื้อมไปหยิบขึ้นมาอย่างทะนุถนอม

...พี่คีย์...ไปแล้วจริงๆ...

 

 

 

 

 

To be continued...

 

 

เป็นฟิครายเดือนไปแล้วจริงๆด้วย

งานยุ่งมากเลยช่วงนี้ แถมเวลาไม่ตรงกันด้วย ทำให้ไม่ได้ต่อมากเหมือนเมื่อก่อน

แต่ก็ยังขอบคุณคนอ่านทุกคนที่ติดตามกันนะคะ

ขอโทษคุณวีด้วยที่ให้รอนาน แต่ก็มาต่อแล้วค่ะ ไม่มีทิ้งแน่นอน :D

 

/ตบตีอัน

ฉันเกลียดแก-------------------

ฮือออออออออออออออออออออออ

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณนะคะที่เขียนมาให้อ่านกัน

ไม่เป็นไรจริงๆค่า มาช้ามาเร็วไม่ว่ากันอยู่แล้ว ^_^

อ่านรอบแรกนี้ (ตกลงอ่านไปกี่รอบ จงสารภาพ 55)
อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
อัน ตกลง รัก หรือหวง
อารมณ์แบบเด็กหวงของเล่นเลยอ่ะ
ไม่เล่นเองแต่ก็ไม่แบ่งใคร
ทนไม่ได้ ถ้าจะเห็นคนอื่นมา เกาะแกะของตัวเอง
ใจร้ายด้วย จับปลา 2 มือชัดๆ
แต่พอเจอประโยคนี้เข้าไป

“ตัวเขา...ในบทบาทนักธุรกิจในอเมริกา เป็นเหมือนเสือเขี้ยวแหลมคนที่พร้อมจะขย้ำศัตรูที่คิดขวางทาง นอกจากครอบครัว จะมีก็แต่คิรากร...ที่เขาเปิดเผยด้านที่อ่อนโยนออกมา”

ใจคนอ่านก็อ่อนยวบเลย
คือเหมือนการบิดหมุนอย่างแรงเลยน่ะ ในความรู้สึกคนอ่าน
เหมือนว่า อันก็มีแง่มุมที่รัก คีย์จริงๆ
ทั้งรัก ทั้งหวง ทั้งห่วง ทั้งหึง ปนกันไป
ไม่ได้คิดอะไรแย่ๆ อย่างเดียว
คือใจน่ะมีให้อยู่แล้ว แต่บางทีสถานะการณ์บางอย่างในชีวิตจริงๆ
มันก็ไม่เอื้อให้เราทำอะไรตามใจตัวเองได้ตลอดหรอก
ทำได้แค่เพียงอยู่กับมันไป ทำให้ดีที่สุดเท่านั้นเอง

ชอบการเขียนแบบนี้น่ะ
โดยส่วนตัวไม่เชื่อว่า ใครจะแย่หรือจะดีไปหมด
ต้องมีแง่มุมที่ดีกับบางคนและก็ถึงกึ๋นกับบางคน
อ่านแล้วเห็นใจอันขึ้นอีกเยอะ
ปล. คือจริงๆ แอบประทับใจพี่ไผ่กับน้องเม็ดโฟมไปแล้ว
คู่นี้เลยกลายเป็น เหมือนคู่รองในสายตาคนอ่านอ่ะ 55
ขอโทษน้า >_<”

จิณณ์สู้ๆ อดทนเข้าไว้
ดูสถานะการณ์ไม่นาน แฮมแว่น เค้าต้องรู้ความจริงแล้วกลับมาหาคุณแน่ๆ
ถึงตอนนั้นค่อยสารภาพก็ไม่สาย
และก็รักและดูแลกันไป

คีย์
อืมห์ ถ้าเราเป็นคีย์ แฟนเก่าที่รักมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
กลับมาง้อ มาขอคืนดี
เป็นเราก็คงยอมเชื่อใจล่ะน่ะ
เพราะที่เลิกกัน ก็ไม่ได้ ยังไงล่ะ
ทะเลาะเบาะแว้งตบตี
เลิกทั้งที่ยังมีใจ
เลิกเพราะแวดล้อมบังคับยังงี้อ่ะ
ใจตัวเองก็อยากให้โอกาสแฟนเก่าอยู่แล้วด้วยมั้ง

รักสามเส้า ขอให้ลงเอ่ยกันด้วยดี
ไม่เจ็บมากน้า

จะติดตามกันต่อไปค่า

#1 By Viky (223.27.216.246) on 2013-10-15 10:18